TC ภาษาไทย  日本語
สมาคมแพทย์แผนไทย ศูนย์ฝึกอาชีพ จ.ปทุมธานี ณ กรุงโตเกียว

กลับสู่หน้าหลัก | เกี่ยวกับสถาบัน | หลักสูตรการสอน | ข่าวสารและโปรโมชั่น | ทีมอาจารย์ | ความเห็นจากนักเรียนปัจจุบัน |
เกร็ดความรู้เรื่องนวดไทยติดต่อสอบถาม | สมัครเรียน | อัลบั้มรูปของสถาบัน | ข้อมูลน่าสนใจ/ลิงค์

เกร็ดความรู้เรื่องนวดไทย

ภูมิปํญญาหนึ่งซึ่งล้ำค่า และมีประวัติสืบทอดยาวนาน อีกทั้งยังมีการบันทึกเป็นประวัติศาสตร์ไว้ซึ่งได้ค้นพบศิลาจารึกเกี่ยวกับการนวดที่เก่าแก่ที่สุดในสมัยสุโขทัย (พ.ศ. ๑๒๐๖ – ๑๘๓๖) นั่นคือ “การนวดไทย”

  การนวดไทย มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ (มากกว่า 300 ปีมาแล้ว) และยังคงดำรงอยู่สมัยปัจจุบัน (พ.ศ.๒๕๕๐) การแพทย์แผนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนวดไทยมีความเจริญรุ่งเรืองมากในช่วงสมัยอยุธยารัชสมัยพระนารายณ์มหาราช (พ.ศ. ๒๑๙๙ – ๒๒๓๑) มีการแบ่งกรมหมอนวดเป็นฝ่ายขวา – ซ้าย ซึ่งเป็นกรมค่อนข้างใหญ่กว่ากรมอื่น ๆ และต่อมาสมัยรัตนโกสินทร์ในสมัยพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (พ.ศ.๒๓๙๔ – ๒๔๑๑) มีการปรับปรุงตำรานวดขึ้นเป็นตำราแพทย์ในราชสำนัก จึงทำให้การนวดไทย แบ่งออกมาเป็น 2 ประเภท คือ การนวดแบบราชสำนัก และ การนวดแบบเชลยศักดิ์
  การนวดไทยนั้น มิใช่เพียงเพื่อการผ่อนคลายกล้ามเนื้อเท่านั้น แต่เป็นการดูแลรักษาสุขภาพและรักษาโรค โดยผู้ให้การรักษา (ผู้นวด) จะใช้หลักการสัมผัสให้กับ ผู้รับการรักษา (ผู้ถูกนวด) อย่างเป็นขั้นตอนโดยตรงต่อร่างกายและจิตใจ คือ ทำให้เกิดการหมุนเวียนของเลือดลม กล้ามเนื้อผ่อนคลาย ลดอาการปวดเมื่อย เคล็ด ขัดยอก ฟกช้ำ ตลอดจนผู้รับการรักษารู้สึกผ่อนคลาย กระปรี้กระเปร่าสดชื่น หรืออาจกล่าวได้ทางหนึ่งว่า การนวดไทย เป็นทั้งการรักษาสุขภาพกายและจิตใจไปพร้อมกัน




 การนวดแบบราชสำนัก หมายถึง การนวดถวายพระมหากษัตริย์ เชื้อพระวงศ์ ขุนนาง เจ้านายชั้นสูงในราชสำนัก ซึ่งในการนวดแบบนี้เป็นการนวดที่มีขั้นตอนอย่างประณีตถี่ถ้วน มีจรรยามารยาท การนวดต้องสุภาพมาก แล้วต้องกดนวดตรงตามจุดที่ถูกต้อง จึงกล่าวได้ว่า การฝึกมือและการนวดต้องมีเอกลักษณ์เฉพาะ

 การนวดแบบเชลยศักดิ์ หมายถึง การนวดแบบสามัญชน มีการสืบทอดฝึกฝนแบบแผนการนวดตามวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งเหมาะสำหรับชาวบ้านจะนวดกันเองหรือทั่วไป จึงเป็นที่รู้จักและแพร่หลายในสังคมไทย



 ก่อนทำการนวดต้องระลึกถึงครูบาอาจารย์ โดยการพนมมือเพื่อไหว้ครู และต้องขออภัยผู้ถูกนวด โดยการไหว้หรือการกราบแล้วแต่กรณี การนวดทั้งสองประเภทนี้มีความคล้ายคลึงในด้านหลักการของการบำบัดรักษาโรคและการผ่อนคลาย


ข้อแตกต่างที่สำคัญระหว่างการนวดแบบราชสำนักกับการนวดแบบเชลยศักดิ์

1. ผู้นวดแบบราชสำนักต้องมีกิริยามารยาทเรียบร้อย เดินเข่าเข้าหาผู้ถูกนวด ขณะทำการนวดต้องไม่ก้มหน้าหายใจรดผู้ถูกนวด หรือเงยหน้าจนเป็นการไม่เคารพ ส่วนผู้นวดแบบเชลยศักดิ์ มิได้เพ่งเล็งถึงเรื่องเหล่านี้ แต่มีลักษณะการนวดเป็นกันเองกับผู้ถูกนวดมากกว่า

2. ผู้นวดแบบราชสำนักจะไม่เริ่มนวดฝ่าเท้า มักเริ่มต้นนวดตั้งแต่หลังขึ้นไป ส่วนผู้นวดแบบเชลยศักดิ์จะเริ่มนวดที่ฝ่าเท้า

3. ผู้นวดแบบราชสำนักจะใช้เฉพาะมือ นิ้วหัวแม่มือและปลายนิ้วอื่น ๆ ในการนวดเท่านั้น และไม่ใช้การนวดคลึง ในขณะกด (นวด) แขนจะต้องเหยียดตรงเสมอ เพื่อน้ำหนักจะได้ลงที่หัวแม่มือ ส่วนผู้นวดแบบเชลยศักดิ์ มิได้คำนึงถึงท่าทางของแขนว่าจะตรงหรืองอ

4. ผู้นวดแบบราชสำนักทำการนวดผู้ถูกนวดซึ่งอยู่ในท่านั่ง นอนหงาย หรือนอนตะแคง จะไม่ให้ผู้ถูกนวดนอนคว่ำเลย แต่การนวดแบบเชลยศักดิ์มีการให้ผู้ถูกนวดนอนคว่ำด้วย

5. ผู้นวดแบบราชสำนักไม่ใช้การดัดหรือการงอข้อ หลัง หรือส่วนใดของร่างกายด้วยกำลังแรง จะไม่มีการนวดโดยใช้เข่า ข้อศอก ฯลฯ แต่ผู้นวดแบบเชลยศักดิ์ ไม่เว้นการปฏิบัติดังกล่าว และอาจมีผู้นวด 2 คน ช่วยกันนวดในขณะเดียวกันต่อผู้ถูกนวด 1 คน

6. ผู้นวดแบบราชสำนักต้องการทำให้เกิดผลต่ออวัยวะและเนื้อเยื่อที่อยู่ลึกๆ โดยการเพิ่มการไหลเวียนของเลือดและเพิ่มการทำงานของเส้นประสาท ในกรณีนี้ผู้นวดจะต้องมีความรู้ทางกายวิภาคศาสตร์เชิงปฏิบัติอย่างดีพอควร สำหรับการนวดแบบเชลยศักดิ์ หวังผลโดยตรงจากการกดเป็นส่วนใหญ่และจากการนวดคลึงเป็นครั้งคราว ซึ่งการไม่ระมัดระวังจุดสำคัญตามความรู้ของกายวิภาคศาสตร์ดีพอ อาจเกิดอันตรายได้ เช่น การหลุดของข้อต่อกระดูก การเขียวช้ำของกล้ามเนื้อ หรือเส้นเลือดฝอยแตกได้


Copyright (C) Thai Culture School All Rights Reserved.